
มุสลิม/หมวดที่1/บทที่86/ฮะดีษเลขที่ 0371
حَدَّثَنِي يَزِيدُ الْفَقِيرُ، قَالَ كُنْتُ قَدْ شَغَفَنِي رَأْىٌ مِنْ رَأْىِ الْخَوَارِجِ فَخَرَجْنَا فِي عِصَابَةٍ ذَوِي عَدَدٍ نُرِيدُ أَنْ نَحُجَّ ثُمَّ نَخْرُجَ عَلَى النَّاسِ - قَالَ - فَمَرَرْنَا عَلَى الْمَدِينَةِ فَإِذَا جَابِرُ بْنُ عَبْدِ اللَّهِ يُحَدِّثُ الْقَوْمَ - جَالِسٌ إِلَى سَارِيَةٍ - عَنْ رَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم قَالَ فَإِذَا هُوَ قَدْ ذَكَرَ الْجَهَنَّمِيِّينَ - قَالَ - فَقُلْتُ لَهُ يَا صَاحِبَ رَسُولِ اللَّهِ مَا هَذَا الَّذِي تُحَدِّثُونَ وَاللَّهُ يَقُولُ { إِنَّكَ مَنْ تُدْخِلِ النَّارَ فَقَدْ أَخْزَيْتَهُ} وَ { كُلَّمَا أَرَادُوا أَنْ يَخْرُجُوا مِنْهَا أُعِيدُوا فِيهَا} فَمَا هَذَا الَّذِي تَقُولُونَ قَالَ فَقَالَ أَتَقْرَأُ الْقُرْآنَ قُلْتُ نَعَمْ . قَالَ فَهَلْ سَمِعْتَ بِمَقَامِ مُحَمَّدٍ - عَلَيْهِ السَّلاَمُ - يَعْنِي الَّذِي يَبْعَثُهُ اللَّهُ فِيهِ قُلْتُ نَعَمْ . قَالَ فَإِنَّهُ مَقَامُ مُحَمَّدٍ صلى الله عليه وسلم الْمَحْمُودُ الَّذِي يُخْرِجُ اللَّهُ بِهِ مَنْ يُخْرِجُ . - قَالَ - ثُمَّ نَعَتَ وَضْعَ الصِّرَاطِ وَمَرَّ النَّاسِ عَلَيْهِ - قَالَ - وَأَخَافُ أَنْ لاَ أَكُونَ أَحْفَظُ ذَاكَ - قَالَ - غَيْرَ أَنَّهُ قَدْ زَعَمَ أَنَّ قَوْمًا يَخْرُجُونَ مِنَ النَّارِ بَعْدَ أَنْ يَكُونُوا فِيهَا - قَالَ - يَعْنِي فَيَخْرُجُونَ كَأَنَّهُمْ عِيدَانُ السَّمَاسِمِ . قَالَ فَيَدْخُلُونَ نَهْرًا مِنْ أَنْهَارِ الْجَنَّةِ فَيَغْتَسِلُونَ فِيهِ فَيَخْرُجُونَ كَأَنَّهُمُ الْقَرَاطِيسُ . فَرَجَعْنَا قُلْنَا وَيْحَكُمْ أَتُرَوْنَ الشَّيْخَ يَكْذِبُ عَلَى رَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم فَرَجَعْنَا فَلاَ وَاللَّهِ مَا خَرَجَ مِنَّا غَيْرُ رَجُلٍ وَاحِدٍ أَوْ كَمَا قَالَ أَبُو نُعَيْمٍ .
ยะซีด อิบนุลฟะกีร เล่าให้ฉันฟังโดยกล่าวว่า ในช่วงที่ฉันยังเคลิบเคลิ้มไปกับทัศนะของกลุ่มค่อวาริจญ์ (กลุ่มชีอะฮ์เดิมที่แยกตัวออกมาเนื่องจากไม่พอใจท่านอาลี และตัดสินผู้อยู่นอกอุดมการณ์ของตนว่าเป็นชาวนรกโดยอาศัยการพิจารณาตามตัวอักษรของอัลกุรอาน) เราได้แยกตัวมากลุ่มหนึ่งโดยมุ่งมั่นกันว่า พวกเราจะไปทำฮัจญ์ หลักจากที่พวกเราออกไปพบผู้คน (เพื่อเชิญชวนพวกเขาสู่อุมดมการณ์ค่อวาริจญ์นั้น) ขณะที่เราผ่านไปที่นครมะดีนะห์ ก็ได้พบกับญาบิร บินอับดิลลาฮ์ (อัลอันศอรีย์) กำลังสนทนากับคนอีกกลุ่มหนึ่งในสภาพนั่งหลังพิงเสามัสยิด (โดยเขากล่าวว่า) จากท่านรอซุลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า.......ซึ่งเรื่องราวที่เขานำมารายงานนั้นเกี่ยวกับชาวนรกญะฮันนัม (คือผู้ที่ได้ออกจากนรก) ฉันจึงถามว่า โอ้สหายของท่านศาสนทูต สิ่งที่พวกท่านได้พูดกันนี้มันคืออะไร เพราะพระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงกล่าวว่า “แท้จริงพระองค์นั้นทรงให้ผู้ใดเข้าสู่นรก แน่นอนว่าพระองค์ทรงให้ความอัปยศอดสูแก่เขาแล้ว” (ซูเราะห์อาลาอิมรอน อายะห์ที่ 192) และ “ทุกครั้งที่พวกเขาต้องการหาทางออกจากนรก พวกเขาก็จะถูกนำกลับไปในนรกอีก” (ซูเราะห์อัซสะญะดะห์ อายะห์ที่ 20) แล้วที่พวกท่านกล่าวกันนี้มันคืออะไร
ญาบิรตอบว่า ท่านอ่านจากอัลกุรอานหรือ ฉันตอบว่า ใช่ เขากล่าวว่า แล้วท่านเคยได้ยินเกี่ยวกับสถานะของมูฮัมหมัด อลัยฮิสสลาม ไหม หมายถึงท่านเป็นผู้ที่อัลลอฮ์ทรงแต่งตั้งมาในการอธิบายอัลกุรอาน ฉันตอบว่า ใช่ เคยได้ยิน เขากล่าวว่า นั่นแหละคือสถานะของมูฮัมหมัด ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ที่ได้รับการสรรญเสริญ ซึ่งพระองค์อัลลอฮ์จะแจกแจงผ่านท่านนบีแก่ผู้ที่ปรารถนาจะแจกแจงแก่เขา
หลังจากนั้น ญาบิร ก็สาธยาย (ด้วยคำรายงานจากท่านนบีต่อไป) เกี่ยวกับที่ตั้งของสะพานที่ทอดผ่านนรก และการที่ผู้คนจะต้องเดินผ่านสะพานนี้ ผู้รายงานกล่าวว่า ฉันกลัวว่าจะจำรายเอียดคำรายงานทั้งหมดในท่อนนี้ไม่ได้ (จึงได้รายงานโดยสรุป)
นอกจากที่เขากล่าวว่า แท้จริงคนกลุ่มหนึ่งจะได้ออกจากนรกหลังจากที่เข้าไปอยู่ในนรกระยะหนึ่ง หมายถึง พวกเขาจะออกมา เหมือนดั่งเมล็ดงาที่ถูกแดดเผา หลังจากนั้นพวกเขาก็จะถูกนำเข้าไปที่แม่น้ำสายหนึ่ง จากแม่น้ำในสวรรค์ แล้วก็จะถูกชำระล้าง ดังนั้นพวกเขาจึงออกมาเหมือนดั่งกระดาษขาว
ดังนั้นพวกเราจึงกลับใจ (ทิ้งแนวคิดและอุดมการณ์ของกลุ่มคอวาริจญ์ หลังจากที่ได้ฟังฮะดีษนี้โดยผ่านการรายงานของท่านญาบิร-อัลฮัมดุลิ้ลลาฮ์) โดยพวกเรากล่าวว่า บัดซบจริง พวกท่านทั้งหลายเข้าใจว่าผู้อวุโสท่านนี้โกหกต่อท่านรอซุลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม อย่างนั้นหรือ ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ กลุ่มของพวกเราได้กลับใจทั้งหมด โดยไม่มีผู้ใดแตกออกจากพวกเราเลย นอกจากเพียงผู้เดียวเท่านั้น หรือเหมือนกับที่อบูนุอัยม์ ได้กล่าวไว้
|
|